รองนายกฯ “ประเสริฐ” เผยดีอี ประชุม Top EX อัปเดตการจัดประชุม AI โลก -จับตาผลกระทบมาตรการภาษีสหรัฐฯ
5 เม.ย. 2568, 16:01

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดีอี (Top Executives) ครั้งที่ 3/2568 โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี นางปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 14 อาคาร 9 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT
นายประเสริฐ กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น กระทรวงดีอี ขอส่งกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่แก้ไขสถานการณ์ และให้ความช่วยเหลือประชาชน รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ขณะเดียวกันจากมาตรการภาษีของประเทศสหรัฐอเมริกา กระทรวงดีอีได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการศึกษาเรื่องของผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ทั้งในด้านความเชื่อมั่นด้านการลงทุน รวมทั้งการศึกษาในด้าน Digital Services Tax สำหรับแพลตฟอร์ม OTT (Over The Top)
สำหรับในการประชุมครั้งนี้มีการหารือร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานของกระทรวงดีอี โดยมีวาระในการร่วมพิจารณา 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1.ความคืบหน้า การจัดงาน “The 3rd Global Forum on the Ethics of AI 2025”
กระทรวงดีอี โดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เป็นหน่วยงานหลักในการจัดงานร่วมกับ องค์การยูเนสโก โดยได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ภายใต้ธีมใหญ่คือ “Bangkok AI Week 2025” ในช่วงระหว่างวันที่ 23 - 27 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยคาดว่าจะมี รัฐมนตรีและผู้แทนจากประเทศสมาชิกยูเนสโก ผู้เชี่ยวชาญ สื่อมวลชน รวมทั้งผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกกว่า 800 คน
สำหรับการจัดการประชุม “The 3rd Global Forum on the Ethics of AI 2025” มีวัตถุประสงค์สำคัญ ได้แก่
(1) การยกระดับบทบาทไทยในเวทีโลกในการกำหนดนโยบายและมาตรฐาน AI เสริมสร้างภาพลักษณ์ไทยเป็นผู้นำด้านจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Ethics ของภูมิภาค
(2) กระตุ้นการแลกเปลี่ยนและพัฒนาความรู้ AI Ethics กับผู้เชี่ยวชาญระดับโลก
(3) ส่งเสริมให้รัฐและเอกชนมีความตื่นตัวกับ AI Ethics เมื่อนำเอา AI มาใช้งาน โดยการสนับสนุนของหน่วยงานหลักภายใต้กระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(4) การประสานการทำงานร่วมกันระหว่าง คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (Thai National Commission for UNESCO) และคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (National AI Committee) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
รวมทั้งประเด็นสำคัญคือการผลักดันการจัดตั้งศูนย์ AI ระดับภูมิภาค ไทย-ยูเนสโก “AI Ethical Governance Practice Center” ขึ้น
2.โครงการสำรวจสถานการณ์การสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ของประชากร พ.ศ.2567
สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ดำเนินการจัดทำโครงการสำรวจสถานการณ์การสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ของประชากร พ.ศ. 2567 จากตัวอย่างจำนวน 86,880 ครัวเรือนทั่วประเทศ ระหว่างเดือนตุลาคม - ธันวาคม พ.ศ. 2567 เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลใช้ในการติดตามประเมินผลแผนปฏิบัติการด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับชาติ ระยะที่ 2 (2565 – 2570) และแผนปฏิบัติการด้านการควบคุมยาสูบแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2565 – 2570) รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลเพื่อกำหนดนโยบายด้านสุขภาพ ในการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพของประชากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้พบว่าในปี 2567 มีประชากรไทยที่สูบบุหรี่จำนวน 9.8 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 16.5 ของประชากรทั้งหมด โดยเพศชายมีอัตราการสูบบุหรี่สูงกว่าเพศหญิงอย่างชัดเจน (ร้อยละ 33.5 และร้อยละ 1.0 ตามลำดับ) และพบว่าผู้ที่มีอายุ 25 - 44 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่สูงที่สุด (ร้อยละ 20.1)
ในส่วนของสถานการณ์การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ปี 2567 มีคนไทยที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จำนวน 20.9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 35.2 ของประชากรทั้งหมด โดยเพศชายมีอัตราการดื่มฯ สูงกว่าเพศหญิงอย่างเห็นได้ชัด (ร้อยละ 55.7 และร้อยละ 16.7 ตามลำดับ) โดยกลุ่มอายุที่มีอัตราการดื่มฯ สูงที่สุดคือ 25 - 44 ปี (ร้อยละ 46.9)
3.การขับเคลื่อนสถานภาพการเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy: DL) ของประเทศ
สำนักงานสถิติจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการจัดอบรมฯ ให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายเรียบร้อยแล้วจำนวน 321,992 คน (คิดเป็นร้อยละ 124.66) จากแผนการจัดอบรมให้กลุ่มเป้าหมาย 258,300 คน ในปีงบประมาณ 2568 โดยเน้นที่ศูนย์ดิจิทัลชุมชนจำนวน 1,722 ศูนย์ และพื้นที่ต่าง ๆ ในอำเภอทั้ง 878 อำเภอ
4. ความคืบหน้าร่าง พ.ร.ก.การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
กระทรวงดีอี ได้ร่วมประชุมหารือเกี่ยวกับร่าง พ.ร.ก.ฯ เพื่อสร้างความเข้าใจในหลักการ ร่วมกับสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา – อาเซียน (US – ASEAN Business Council: US-ABC) หอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (AMCHAM Thailand) TikTok Facebook Thailand และ LINE โดยเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของแพลตฟอร์ม สื่อสังคมออนไลน์ ตามร่าง พ.ร.ก.ฯ โดยต่อจากนี้จะร่วมประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการร่วมกับ ภาคธนาคาร ภาคโทรคมนาคม และส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
“การประชุมในครั้งนี้ มีวาระการหารือเรื่องของการเร่งรัดดำเนินการของหน่วยงานกระทรวงดีอี ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ โดยส่วนใหญ่มีหน้าที่ในการสนับสนุนข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลและการเชื่อมต่อระบบ Cloud นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการกำหนดนโยบายด้านภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการศึกษาผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล และเรื่องของร่าง พ.รก.อาชญากรรมออนไลน์ คณะกรรรมการกฤษฎีกาได้มีการแก้ไข ร่าง พ.ร.ก. แยกเป็น 2 ฉบับ โดยจะมีการนำเสนอในที่ประชุมครม.เพื่อพิจารณาประกาศบังคับใช้ ในสัปดาห์หน้า” รองนายกฯประเสริฐ กล่าว