เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



ความทรงจำ ที่คนโคราชไม่มีวันลืม ! 27 ปี โรงแรมรอยัลพลาซ่าถล่ม


29 ก.พ. 2563, 15:29



ความทรงจำ ที่คนโคราชไม่มีวันลืม ! 27 ปี โรงแรมรอยัลพลาซ่าถล่ม




13 สิงหาคม 2563 ที่จะถึงนี้  คนโคราช จำได้ดี เพราะจะเป็นวันครบรอบ 27 ปี โรงแรมรอยัลพลาซ่าถล่ม ซึ่งเหตุการณ์นี้ ยังอยู่ในความทรงจำของคนโคราช  โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม 2536  คนไทยทั้งประเทศตื่นตะหนกตกใจกับข่าวร้ายครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเกิดเหตุการณ์อาคารโรงแรมรอยัลพลาซ่า ตั้งอยู่ถนนจอมสุรางค์ยาตร์ กลางเมืองนครราชสีมา พังถล่มลงมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 137 ราย บาดเจ็บ 227 คน ในจำนวนผู้เสียชีวิตมีข้าราชการครูถึง 47 ราย พนักงานบริษัทเชลล์ฯ 24 ราย พนักงานโรงแรม 33 ราย และผู้มาใช้บริการ 33 ราย โดยมีผู้รอดชีวิตกว่า 150 คน

ยุคก่อนเศรษฐกิจดิ่งเหวไม่กี่ปี จังหวัดนครราชสีมา ในฐานะประตูสู่ภาคอีสาน คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่หนีความวุ่นวายออกไปเสพสุขตามต่างจังหวัด โรงแรมต่าง ๆ ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด หนึ่งในนั้น "โรงแรม รอยัล พลาซ่า" หรือชื่อเดิม "โรงแรม เจ้าพระยาเมืองใหม่" ถือเป็นโรงแรมหรู 1 ใน 5 ของจังหวัด

ปี 2533 กลุ่มผู้บริหารลงความเห็นว่า ควรมีการต่อเติมอาคารจากเดิม 3 ชั้น เป็น 6 ชั้น เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยว จากนั้นโรงแรมแห่งนี้ก็มีการต่อเติม และขยายพื้นที่ของอาคารอย่างผิดหลักวิศวกรเรื่อยมา โดยไม่ใส่ใจถึงความปลอดภัยในชีวิตของพนักงาน และแขกที่เข้ามาพักในโรงแรมแม้แต่น้อย เจ้าของโรงแรมได้ลักลอบต่อเติมอาคารอย่างไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะการตัดเสาขนาดใหญ่ตรงกลางห้องอาหารของโรงแรมทิ้ง หวังเพิ่มพื้นที่ใช้สอย และต้องการให้แขกสามารถเห็นนักร้องได้ชัดเจนขึ้น

 

 



และแล้วหายนะครั้งร้ายแรงก็อุบัติขึ้นเมื่อเวลาราว 10 โมงเช้า วันที่ 13 สิงหาคม พุทธศักราช2536 ตัวโรงแรมเกิดการทรุดตัวอย่างรุนแรง และถล่มลงมาทั้งอาคารในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยตัวโรงแรมเริ่มทรุดตัวจากตอนกลางของอาคารก่อน จากนั้นปีกทั้งสองด้านข้างของอาคารก็พังซ้ำลงมาอีก การทรุดตัวอย่างรุนแรง และรวดเร็วก่อให้เกิดเสียงดังปานฟ้าถล่มดินทลาย ฝุ่นผงจากซากอาคารตลบคลุ้งทั่วบริเวณกองซากปรักหักพังกลบฝังร่างมนุษย์กว่า 500 ชีวิต ทั้งพนักงานโรงแรม และแขกที่เข้าพัก

 

จากนั้น ศพแล้วศพเล่าก็ถูกลำเลียงออกมา บางศพอยู่ในสภาพสมบูรณ์ บางศพกู้ได้เฉพาะอวัยวะที่มีชิ้นส่วนกระจัดกระจายจำเค้าเดิมแทบไม่ได้ โชคยังเข้าข้างที่มีผู้รอดชีวิตหลงเหลืออยู่บ้าง ทำให้ผู้ป่วย ที่เข้ารักษาในพื้นที่แน่นขนัดจนแทบล้นโรงพยาบาล

 

และหนึ่งในวีรบุรษ ที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ก็คือ "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์"  ที่วันนั้น มาพร้อมมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมเครื่องมือกู้ภัยมาช่วยค้นหาผู้เสียชีวิต 

 

 

 

 


 

เหตุการณ์ครั้งนี้ หลวงพ่อคูณเดินทางมาที่ซากตึกถล่ม เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และอาสากู้ภัยที่เข้าช่วยเหลือคนที่ติดอยู่ในซากของโรงแรม และท่านยังได้แจกพระเครื่อง พร้อมกับกล่าวว่า "พวกมึงเหนื่อยกัน กูให้ของดีให้พวกมึงไว้คุ้มครองตัวกันนะ"

 โดยผู้รอดชีวิตหลายราย ออกมาเล่าว่า การรอดตายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นเพราะอิทธิฤทธิ์หลวงพ่อคูณที่ห้อยแขวนคอไว้ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ก็สังเกตเห็นว่า ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ล้วนห้อยพระหลวงพ่อคูณทั้งสิ้น

“ที่รอดตายมาในครั้งนี้ เพราะอำนาจพุทธาคมจากพระเครื่องหลวงพ่อคูณนี่แหละที่ทำให้แคล้วคลาด” ชายคนหนึ่งกล่าว หลังถูกนำตัวออกมาจากใต้ซากอาคาร


ก่อนที่หลวงพ่อคูณจะเดินทางกลับ พล.ท.อานุภาพ ทรงสุนทร แม่ทัพภาคที่ 2 ในขณะนั้นได้กราบถามหลวงพ่อคูณว่า “ไอ้ตึกที่มันตั้งโด่เด่ อยู่แท่งเดียวนี้มันจะล้มไหมครับ?”

เท้าของหลวงพ่อที่กำลังจะก้าวขึ้นรถหยุดชะงัก แล้วท่านหันกลับมามอง ตึกอยู่ชั่วอึดใจ และค่อยๆ หลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะหันไปตอบแม่ทัพภาคที่ 2 ว่า “กูว่ามันไม่ล้มลงมาดอก”


คำพูดของท่านเป็นจริงตามที่ท่านว่าไว้ ตึกนี้ตั้งโด่เด่อยู่อีกหลายวัน จนเจ้าหน้าที่ ได้นำลวดสลิงและหมอนไม้มายึดรากฐานของตัวตึกได้สำเร็จ จนเป็นที่เลื่องลือว่า สาเหตุที่ตึกมันไม่ล้ม เพราะหลวงพ่อสะกดอาคมไว้นั่นเอง


หลังจากนั้น นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกล่าวกับสื่อมวลชนว่า “จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการละเลยเพิกเฉยในการดูแลการก่อสร้าง และเชื่อว่ายังมีอาคารสภาพเช่นนี้อีกหลายแห่ง เพราะในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังบูม จึงไม่ค่อยสนใจเรื่องของแบบแปลนการก่อสร้าง หรือมีการใช้อิทธิพลในท้องถิ่น โดยนายทุนใช้อิทธิพลกับข้าราชการ”
 

 

 ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้  เป็นทรัพย์สินของกลุ่มศิลาปาร์ค เจ้าของโรงแรมดิไอยราโคราช   ซึ่งได้ถูกปล่อยทิ้งร้าง ไม่มีใครกล้าเข้ามาประกอบกิจการต่อ

 






Recommend News





MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.