เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



"วิษณุ" แจงแนวทาง-ข้อกำหนดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ย้ำยังไม่ประกาศเคอร์ฟิวส์


25 มี.ค. 2563, 19:20



"วิษณุ" แจงแนวทาง-ข้อกำหนดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ย้ำยังไม่ประกาศเคอร์ฟิวส์




วันนี้ ( 25 มี.ค.63 ) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงแนวทางและข้อกำหนดในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมเป็นต้นไป ว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ระบาดร้ายแรงเพิ่มมากขึ้นและระบาดเกือบทั่วทั้งประเทศ ซึ่งการประกาศคณะรัฐมนตรีเห็นควรกำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 ก่อนประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ทั้งนี้กฎหมายกำหนดให้โอนอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงตามพระราชบัญญัติ 40 ฉบับ มาเป็นอำนาจสั่งการของนายกรัฐมนตรีเพื่อความรวดเร็วในการบูรณาการแก้ปัญหาให้มีความเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ และแต่งตั้งปลัดกระทรวงมาเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบงานคณะต่างๆ เพื่อประสานงานบูรณาการข้ามกระทรวงได้ ขณะที่รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงยังคงมีอำนาจดูแลระดับนโยบายต่อไป



โดยยกระดับศูนย์บริหารสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เป็นศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. สำหรับข้อกำหนดต่างๆ จะเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา เช่น ข้อกำหนดห้ามเข้าพื้นที่เขตกำหนดในประกาศของผู้ว่าราชกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศปิดสถานบริการและสถานบันเทิงต่างๆ สถานที่ท่องเที่ยว และศาสนสถานที่มีการรวมตัวกัน ข้อห้ามเดินทางเข้าสู่ราชอาณาจักรยกเว้นผู้มีสัญชาติไทย แต่จะต้องมีใบรับรองแพทย์ด้วย ข้อห้ามการชุมนุมด้วยเหตุใดก็ตาม ห้ามเผยแพร่ข่าวปลอมเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกและความเสียหาย นอกจากนี้ ยังให้หน่วยงานราชการต่างๆ เตรียมความพร้อมเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ โรงพยาบาลสถานที่ให้พร้อม เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งมีคำแนะนำประชาชนให้ควรอยู่บ้าน และไม่ออกนอกบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว และเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และไม่ควรเดินทางข้ามจังหวัด โดยยืนยันว่ายังมีการขอความร่วมมือ แต่หากเดินทางจะมีฝ่ายความมั่นคงตั้งด่านตรวจรอยต่อระหว่างจังหวัดเพื่อดูว่าปฏิบัติตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดหรือไม่ อีกทั้งชณะนี้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และตำรวจที่จะใช้แอปพลิเคชันติดตามตัว เพื่อช่วยในการติดตามตัวหากพบการแพร่ระบาดของโรค


รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่ปิดประเทศ ยังเปิดให้คนไทยกลับเข้ามาได้ และยังไม่ปิดเมือง โดยประชาชนยังสามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้ เพียงแต่จะมีมาตรการที่เข้มงวดและอาจไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางโดยเฉพาะกรณีไม่ได้เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรค ทั้งนี้โรงงาน ธนาคาร ร้านอาหารยังเปิดได้ตามปกติแต่ใช้วิธีซื้อไปบริโภคที่บ้าน ห้างสรรพสินค้าแผนกร้านอาหาร ซูปเปอร์มาเก็ต และยา ตลอดจน โรงพยาบาล ธุรกิจหลักทรัพย์ สถานบันการเงิน สถานที่ราชการต่างๆ ยังเปิดทำการปกติ ธุรกิจออนไลน์และสื่อมวลชนยังสนับสนุนให้ทำตามปกติ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ใช่การประกาศเคอร์ฟิวและไม่ห้ามออกจากบ้านพัก






Recommend News





MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.