เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



"อธิบดีกรมบาดาล" สั่งเจาะบาดาล ให้ชาว อ.ห้วยกระเจา กว่า 1,300 ครัวเรือน มีน้ำใช้อุปโภค-บริโภคในช่วงฤดูแล้งนี้


18 ม.ค. 2564, 15:22



"อธิบดีกรมบาดาล" สั่งเจาะบาดาล ให้ชาว อ.ห้วยกระเจา กว่า 1,300 ครัวเรือน มีน้ำใช้อุปโภค-บริโภคในช่วงฤดูแล้งนี้




วันนี้ 18 ม.ค.64 ผู้สื่อข่าว ONB news รายงานว่า นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี เป็นหนึ่งในพื้นที่แห้งแล้งทุรกันดารมากที่สุดของประเทศไทย เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขตเงาฝน ทำให้แต่ละปีมีฝนตกมาน้อยกว่า 800 มิลลิเมตรต่อปี

อีกทั้งพื้นดินส่วนใหญ่เป็นดินทราย พอฝนตกลงมาน้ำก็จะไหลซึมลงดินเกือบทั้งหมด ทำให้ไม่มีแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ ลำห้วย ในพื้นที่เลย ลักษณะเช่นนี้ส่งผลให้พี่น้องชาวอำเภอห้วยกระเจา ประสบปัญหาภัยแล้งเป็นประจำทุกปี บางปีแล้งนานติดต่อกันถึง 10 เดือน ชาวบ้านจึงมีความเดือดร้อนเรื่องน้ำเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องน้ำกินน้ำใช้ และน้ำเพื่อการเพาะปลูก จนมีคนขนานนามว่าอำเภอห้วยกระเจา คือดินแดนอีสานของภาคตะวันตก ต่อมาชาวบ้านจึงได้รวมตัวกัน ร้องขอความช่วยเหลือด้านน้ำอุปโภคบริโภค ผ่านหน่วยงานท้องถิ่น ทั้งเทศบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มายังกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในอำเภอห้วยกระเจา

ในการนี้ ตนจึงได้มอบหมายให้นายเกรียงศักดิ์ ภิระไร ผู้อำนวยการสำนักสำรวจและประเมินศัยภาพน้ำบาดาล จัดทีมงานเร่งเข้าดำเนินการ โดยมอบหมายให้ น.ส.อัคปศร อัคราช ผู้อำนวยการส่วนวิจัยและพัฒนางานสำรวจน้ำบาดาล พร้อมทีมงานลงพื้นที่สำรวจน้ำบาดาลในทันที

จากการเตรียมข้อมูลพบว่า พื้นที่อำเภอห้วยกระเจา เป็นพื้นที่หาน้ำบาดาลยากหรือพื้นที่สีแดง ข้อมูลเดิมไม่พบการเจาะและพัฒนาน้ำบาดาลใช้มากนัก ส่วนใหญ่จะเจาะตื้นๆ และปริมาณน้ำบาดาลค่อนข้างต่ำกว่า 2 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง อีกทั้งชั้นหินส่วนใหญ่เป็นหินแข็ง จำพวกหินแปร และหินอัคนี จึงทำให้เจาะยาก

แต่จากการลงพื้นที่สำรวจในภาคสนามอย่างเข้มข้นเป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ สามารถสำรวจพบแนวรอยแตกที่ซ่อนอยู่ข้างล่าง ในชั้นหินแปร จำพวกหินควอตซ์ไซต์ ซึ่งแนวรอยแตกดังกล่าว มีโครงสร้างคล้ายเส้นท่อขนาดใหญ่ ที่ไขว้กันไปมา ในหลายระดับความลึกและมีความกว้างประมาณ 2 กิโลเมตร ยาวมากกว่า 25 กิโลเมตร

นอกจากนี้ได้ทำการสำรวจธรณีฟิสิกส์ โดยวิธีการวัดค่าความต้านทานไฟฟ้าจำเพาะ (Resistivity survey) พบว่าแนวรอยแตกดังกล่าวมีหลายระดับตั้งแต่ 30, 50, 70, 90, 120, 175 และมากกว่า 250 เมตร ตามลำดับ ผลการคำนวณหาปริมาณการกักเก็บของแหล่งน้ำบาดาล ในอำเภอห้วยกระเจาพบว่า มีปริมาณน้ำบาดาลกักเก็บมากกว่า 50 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งหากมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบจะสามารถนำน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ในการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตรอย่างพอเพียง

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาล  จะได้ร่วมกับท้องถิ่นในการพัฒนาน้ำบาดาลที่ค้นพบขึ้นมาใช้แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเขตตัวอำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี โดยจะเน้นด้านน้ำกินน้ำใช้อย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อให้พี่น้องชาวประชาชนที่มีอยู่กว่า 1,300 ครัวเรือน หรือกว่า 5,000 คน จะได้มีน้ำสะอาดไว้กินไว้ใช้อย่างเพียงพอและทั่วถึงทุกครัวเรือนให้ทันในหน้าแล้งที่จะถึงนี้



 

 


 

 






Recommend News





MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.