วันที่ 1 มี.ค. 2564, 00:00 ISSN - 2586-9051 โอเอ็นบีนิวส์ ONB news



ผอ.รพ.แจง! กรณีลูกคนไข้ร้องปล่อยพ่อดับ หลังหมดสติไปรพ.กลางดึก ไม่มีหมออยู่เวร


23 ก.พ. 2564, 09:42



ผอ.รพ.แจง! กรณีลูกคนไข้ร้องปล่อยพ่อดับ หลังหมดสติไปรพ.กลางดึก ไม่มีหมออยู่เวร




23 ก.พ. 64 นายพคพงษ์ พันธ์วิไล อายุ 23 ปี บุตรชายของนายสมาน พันธ์วิไล อายุ 58 ปี ที่เสียชีวิตลงที่โรงพยาบาลบางบัวทอง2 อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้เข้าร้องผู้สื่อข่าวหลังจากก่อนหน้าได้นำคุณพ่อที่มีอาการหมดสติไปที่โรงพยาบาลช่วงกลางดึก แล้วทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแจ้งไม่มีหมอ ทั้งทีมพยาบาลไม่มีความกระตือรือร้นในการรักษา ทำให้คุณพ่อต้องเสียชีวิตลง

โดยบรรยากาศที่วัดเต็มรักศาลา 2 อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี บรรดาบุตรและญาติได้นำศพของนายสมาน พันธ์วิไล มาตั้งบำเพ็ญกุศล โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ



นายพคพงษ์ บุตรชาย กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 05.00 น.ของวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา คุณพ่อมีอาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ค่อยออก พ่อเองเข้าใจว่าเป็นอาการกรดไหลย้อนจึงได้ให้น้าชายไปซื้ออีโน หลังจากคุณพ่อได้กินไปแล้วเกิดมีอาการอาเจียนออกมาก่อนที่จะหมดสติ จึงรีบพาคุณพ่อขึ้นรถไปที่โรงพยาบาล ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีเนื่องจากเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านที่สุด

หลังจากพาคุณพ่อถึงโรงพยาบาลแล้ว ด้วยความเข้าใจคิดว่าพอถึงแล้วจะมีเจ้าหน้าที่พยาบาลหรือยามนำเปลมาเข็นคุณพ่อตนที่หมดสติอยู่ แต่เมื่อไปถึงยามบอกว่าที่นี้ไม่มีหมอ ทั้งการทำงานการช่วยเหลือช้ากว่าจะนำเปลมาให้ ซึ่งในขณะนั้นตนเองยังทำหน้าที่ปั๊มหัวใจคุณพ่อผมเองเป็นเวลาประมาณ10  ก่อนที่จะมีบุรุษพยาบาล 2 คนเดินมาในสภาพไม่พร้อมทำงานเหมือนกับเพิ่งตื่นเดินมาพร้อมกับถามอาการ จากนั้นทางบุรุษพยาบาลได้จับชีพจรก่อนที่จะเริ่มปั๊มหัวใจ พร้อมกับนำตัวคุณพ่อเข้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งขณะนั้นพบเห็นว่า ห้องฉุกเฉินไม่มีใครอยู่ แม้แต่ไฟก็ยังไม่เปิด


ขณะนั้นตนเองยังมองเห็นภายในห้องฉุกเฉิน ซึ่งจะมองเห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้ โดยเห็นว่าเจ้าหน้าที่มีการปั๊มหัวใจคุณพ่ออยู่ แต่ผมคิดว่าเขาน่าจะมีอุปกรณ์อะไรที่ช่วยกระตุ้นหัวใจคุณพ่อหรือช่วยพ่อผมมากกว่านี้ มีเพียงทำการปั๊มหัวใจเท่านั้น โดยไม่มีอุปกรณ์อะไรที่จะกระตุ้นหัวใจให้พ่อผมมีชีวิตกลับมาได้ โดยมีการช่วยเหลือคุณพ่ออยู่ภายในห้องฉุกเฉินประมาณ 30 นาทีก่อนที่เจ้าหน้าที่จะออกมาบอกว่าคุณพ่อเสียชีวิตแล้ว น่าจะเป็นโรคหัวใจ

ซึ่งที่จริงแล้วคุณพ่อป่วยเป็นโรคเบาหวานและความดันและก็มีประวัติรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ซึ่งตนเองมั่นใจว่าถ้าอุปกรณ์ทางการแพทย์และบุคลากรพร้อมกว่านี้ น่าจะช่วยชีวิตคุณพ่อได้ และเหตุการณ์นี้ตนอยากจะถามว่าถ้าเป็นญาติคุณคุณจะเลือกปฎิบัติงานเหมือนทำกับพ่อตนหรือไม่ และฝากเหตุการณ์นี้เป็นที่เตือนใจรวมถึงผู้บริหารหรือผู้อำนวยการ ให้ช่วยลงมาตรวจสอบบุคลากรของพวกท่านด้วย ให้นำบุคลากรที่มีความพร้อมเข้ามาปฎิบัติงานจะดีกว่า

ขณะเดียวกันนางจีราพรรณ พันธ์วิไล อายุ 33 ปี บุตรสาวคนโตของผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ว่า อยากให้เคสของคุณพ่อเป็นอุทาหรณ์ อยากให้ทาง ผอ.โรงพยาบาล ดูลูกน้องของท่านด้วยว่าทำงานเต็มที่หรือพร้อมที่จะช่วยคนไข้แล้วหรือไม่

'เราเป็นประชาชนเราเองก็เลือกที่จะไปร.พ.ที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่ในเมื่อไปแล้วไม่มีบุคลากรรอที่จะพร้อมช่วยเ ราจะไปทำไม ใช่ ร.พ.หรือเปล่า อยากให้เป็นอุทาหรณ์ นี้หรือโรงพยาบาล'

ต่อมาทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ นพ.กวิตม์ ซื่อมั่น ผอ.โรงพยาบาล กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวจากทางผู้สื่อข่าวที่เข้ามาสอบถามเบื้องต้น จึงได้ทำการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในช่วงเวลาดังกล่าวทราบว่าญาติได้นำคนไข้เข้ามาและทำการกู้ชีพไม่สำเร็จและเสียชีวิต ส่วนที่มีประเด็นในเรื่องที่ติดใจจะขอทำการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป และในส่วนที่ญาติแจ้งว่าทาง ร.พ.ไม่มีหมอนั้นไม่เป็นความจริง จากการตรวจสอบแล้วพบว่า เมื่อมีผู้ป่วยต้องกู้ชีพทางเจ้าหน้าที่พยาบาลห้องฉุกเฉินก็ตามแพทย์ ซึ่งตรวจสอบวันเวลาดังกล่าวแพทย์ก็ลงมาดูแลในการกู้ชีพด้วยตนเอง

นพ.กวิตม์ ยังกล่าวต่ออีกว่า โดยปกติหลังเวลาราชการก็จะมีแพทย์ประจำ ร.พ.อยู่แล้ว เพื่อรองรับอุบัติเหตุฉุกเฉิน ส่วนผู้ป่วยที่เสียชีวิตรายนี้ตนเองทราบว่า ผู้ป่วยมาถึง ร.พ.ไม่มีชีพจรแล้ว ทางพยาบาลจึงได้เริ่มทำการกู้ชีพพร้อมกับเรียกแพทย์มาดู อย่างไรก็ตามจะข้อตรวจสอบข้อเท็จจริงและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงจะเข้าไปพูดคุยกับทางญาติต่อไป


คำที่เกี่ยวข้อง : #ผอ.รพ.   #พ่อดับ  









©2018 ONBNEWS. All rights reserved.