วันที่ 16 มิ.ย. 2564, 00:00 ISSN - 2586-9051 โอเอ็นบีนิวส์ ONB news



รัฐบาล ยันใช้จ่ายเงินกู้ฯ วงเงิน 5 แสนล้าน วางแผนรอบคอบเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ


9 มิ.ย. 2564, 17:41



รัฐบาล ยันใช้จ่ายเงินกู้ฯ วงเงิน 5 แสนล้าน วางแผนรอบคอบเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ




วันนี้ ( 9 มิ.ย.64 ) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยเป็นการพิจารณาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า เนื่องจากพระราชกำหนดกู้เงิน 1 ล้านล้านบาทที่ผ่านมา สามารถช่วยบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ได้ระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดยังไม่ยุติลงและวงเงินไม่เพียงพอรัฐบาลจึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ขึ้น เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังไม่ยุติลง โดยให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีในการกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ หรือออกตราสารหนี้ในนามรัฐบาล มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน 500,000 ล้านบาท ไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2565 เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 ด้านการแพทย์และสาธารณสุข จัดหาวัคซีนโควิด -19 สร้างภูมิคุ้มกันหมู่และจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ แผนงานที่ 2 เพื่อช่วยเหลือ เยียวยาและชดเชยให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพอย่างทั่วถึง เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ 



โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กและรายย่อยให้ประคับคองการดำเนินธุรกิจเพื่อรักษาการจ้างงาน และแผนงานเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจ เน้นการรักษาระดับการจ้างงานและกระตุ้นการบริโภคในระยะสั้นโดยเร็ว เพื่อให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยคณะรัฐมนตรีสามารถปรับกรอบการใช้จ่ายเงินให้สอดคล้องกับสถานการณ์เพื่อประโยชน์สูงสุดได้ รวมถึงให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด โดยคำนึงถึงขีดความสามารถของรัฐในการชำระหนี้คืน และเพื่อความโปร่งใสยังกำหนดให้กระทรวงการคลังทำกรอบการใช้จ่ายงบประมาณเสนอต่อรัฐสภา พร้อมยืนยันว่าการกู้เงินเพื่อเยียวยาเศรษฐกิจและสังคมถือเป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลต้องดำเนินการเพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติให้ได้ โดยการก่อหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นกระทรวงการคลังจะดำเนินการอย่างระมัดระวังและใช้จ่ายอย่างรอบคอบภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ

ขณะที่ การอภิปรายของ ส.ส.ฝ่ายค้าน มองว่ายังไม่เห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการกู้เงินของรัฐบาลครั้งนี้ เนื่องจากการกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในครั้งที่แล้วรัฐบาลไม่สามารถบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ อีกทั้งยังปล่อยให้เกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ จึงเกรงว่าการใช้จ่ายเงินกู้นี้จะไม่เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

ส่วน ส.ส.รัฐบาล ได้อภิปรายสนับสนุนหลักการของพระราชกำหนด เพราะการกู้เงินถือเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องนำเงินมาแก้ปัญหาและบรรเทาผลกระทบของประชาชน ซึ่งเชื่อว่าการกู้เงินจะทำให้การแก้ปัญหาโควิด -19 เกิดความต่อเนื่อง โดยถือเป็นกรณีเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ต่อการรักษาความปลอดภัยสาธารณะในการป้องกันโรคระบาด












©2018 ONBNEWS. All rights reserved.