เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



กรมควบคุมมลพิษ ขอความร่วมมือ ปชช.ทิ้งชุดตรวจแอนติเจน-หน้ากากอนามัยให้ถูกวิธี


21 ก.ค. 2564, 13:41



กรมควบคุมมลพิษ ขอความร่วมมือ ปชช.ทิ้งชุดตรวจแอนติเจน-หน้ากากอนามัยให้ถูกวิธี




วันที่ 21 ก.ค. 2564 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยที่ขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้น และกระทรวงสาธารณสุขอนุมัติให้โรงพยาบาลทุกแห่งและประชาชนสามารถใช้ หรือซื้อชุดตรวจหาแอนติเจน (Rapid Antigen Test) ไปใช้ตรวจโควิด -19 แบบเร่งด่วนได้ด้วยตนเอง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมควบคุมมลพิษ จึงได้จัดทำข้อแนะนำเบื้องต้นสำหรับประชาชนในการทิ้งชุดตรวจแอนติเจน และขอเน้นย้ำจัดการหน้ากากอนามัยใช้แล้วในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด–19 ระลอกที่ 4 เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน พนักงานเก็บขนขยะและสิ่งแวดล้อม สำหรับการทิ้งชุดตรวจแอนติเจนที่ใช้แล้ว มีข้อแนะนำขอให้ปฏิบัติตาม ประกอบด้วย 



1. แยกชุดตรวจแอนติเจนที่ใช้แล้วใส่ถุงพลาสติก ระบุข้อความว่าเป็นขยะติดเชื้อให้ชัดเจน

2. ราดหรือฉีดด้วยแอลกอฮอล์ / น้ำยาฆ่าเชื้อโรค / สารฟอกขาว เพื่อฆ่าเชื้อโรค ปิดถุงให้สนิท

และ 3. นำไปทิ้งโดยทิ้งแยกจากขยะทั่วไป เพื่อรอนำไปกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป ส่วนข้อปฏิบัติการทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ประกอบด้วย 1.ถอดหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วโดยไม่สัมผัสกับด้านใน 2.ม้วนให้ส่วนที่สัมผัสกับปากอยู่ด้านใน พันสายรัดให้แน่น 3.ใส่ถุงพลาสติกมัดให้แน่น ระบุข้อความว่าเป็นขยะติดเชื้อ ให้ชัดเจน และ 4. นำไปทิ้งแยกจากขยะทั่วไปหรือทิ้งในจุดรับทิ้งขยะติดเชื้อ เพื่อลดการปนเปื้อนกับขยะทั่วไป


นายอรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนอย่าลืมแยกและทิ้งชุดตรวจแอนติเจนและหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วให้ถูกที่ ถูกวิธี เพื่อสามารถนำไปกำจัดให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ลดปัญหาขยะ ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และขอให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาอยู่ที่สาธารณะ รวมถึงขณะพูดคุย หมั่นล้างมือด้วยแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือเป็นประจำและปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีและความปลอดภัยของประชาชนทุกคน






Recommend News






MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.