เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



"พายุคมปาซุ" แผลงฤทธิ์ กาญจนบุรี ฝนตกต่อเนื่อง น้ำท่วมขังถนน-บ้านเรือนประชาชน


17 ต.ค. 2564, 19:07



"พายุคมปาซุ" แผลงฤทธิ์ กาญจนบุรี ฝนตกต่อเนื่อง น้ำท่วมขังถนน-บ้านเรือนประชาชน




วันนี้ 17 ต.ค. 2564 ผู้สื่อข่าว ONB news รายงานว่า อิทธิพลของพายุโซนร้อน “คมปาซุ” ส่งผลให้หลายพื้นที่ในจังหวัดกาญจนบุรีมีฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังถึงผิวถนน บ้านเรือนประชาชน และพื้นที่ทางการเกษตร ผู้สื่อข่าว เดินทางลงพื้นที่อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี บอกว่าฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ได้ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงจากยอดเขาเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน พื้นที่ทางการเกษตร ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอหนองปรือ พบว่าน้ำได้ไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 21 หมู่บ้าน ใน 3 ตำบลของอำเภอหนองปรือ รวมถึงยังท่วมถนนอีกหลายสาย โดยเฉพาะที่บริเวณบ้านม่วงเฒ่า หมู่ 4 ตำบลสมเด็จเจริญ อำเภอหนองปรือ น้ำป่าได้ไหลหลากเข้าท่วมถนนสายบ้านปลักประดู่-พุบอน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างอำเภอหนองปรือจังหวัดกาญจนบุรี กับอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี กระแสน้ำสูงประมาณ 1 เมตร และไหลเชี่ยวรุนแรง ทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอหนองปรือ ป้ายเครื่องหมายห้ามผ่านมาติดตั้ง พร้อมปิดการจราจรบริเวณดังกล่าวทำให้ชาวบ้านทั้ง 2 อำเภอไม่สามารถไปมาหาสู่กันได้ สอบถามผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่สุดในรอบกว่า 30 ปี ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งกลับบ้านเรือนประชาชน พื้นที่การเกษตรรวมถึงถนนอีกหลายสาย จึงอยากฝากเตือนไปถึงผู้ใช้รถใช้ถนนที่จะผ่านเข้ามาในพื้นที่อำเภอหนองปรือให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากมีน้ำท่วมถนนหลายจุด รวมถึงฝากไปยังประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ในพื้นที่ลุ่ม ให้เตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เนื่องจากเกรงว่าหากฝนยังตกลงมาไม่หยุดเช่นนี้ ปริมาณน้ำจะยิ่งท่วมสูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ขณะที่ บริเวณบ้านหนองแว่น หมู่ 1 ตำบลหนองปรือ อำเภอหนองปรือ ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะเพิน ซึ่งมีความจุมากกว่า 50 ล้านลูกบาศก์เมตร เต็มความจุและล้นเข้ามาท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและพื้นผิวถนน ทำให้ถนนบ้านหนองผักแว่นซึ่งเชื่อมต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณริมอ่างเก็บน้ำลำตะเพิน ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางมาเที่ยวพักผ่อนอยู่บริเวณจุดกางเต็นท์จำนวนกว่า 60 แห่ง รอบอ่างเก็บน้ำลำตะเพิน ต้องตกค้างอยู่ในพื้นที่ไม่สามารถเดินทางออกมาได้ เจ้าหน้าที่ต้องจัดรถไถ และรถสไลด์ ฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวเข้าไปรับนักท่องเที่ยวรวมถึงขนย้ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ออกมาจากบริเวณจุดกางเต็นท์ เนื่องจากเกรงว่า หากในค่ำคืนนี้ฝนยังตกลงมาต่อเนื่องอีกระดับน้ำที่ท่วมพื้นผิวถนนจะเพิ่มปริมาณขึ้น และทำให้นักท่องเที่ยวต้องตกค้างอยู่ในพื้นที่นานกว่าเดิม

ส่วนที่อำเภอทองผาภูมิ นายนภเดช เกลียวศิริกุล นายอำเภอทองผาภูมิ  เปิดเผยว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาฝนได้ตกลงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุทำให้เกิดดินสไลด์ลงมาจากไหล่เขาปิดทับถนน โดยเฉพาะบริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3272 กม.ที่ 40+700 น้ำเซาะถนนทรุดหายไปครึ่งช่องทางการจราจร และบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 4-5 เกิดดินสไลด์ความยาวประมาณ 15 เมตร

ซึ่งเจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงชนบท รวมทั้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ กำลังเข้าดำเนินการซ่อมแซมเพื่อให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิม แต่ระหว่างนี้ ขอให้นักท่องเที่ยวหยุดการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่บ้านอีต่อง ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมั่นใจในความปลอดภัย

ด้านนายเจริญ ใจชน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ กล่าวว่า จากกรณีดินสไลด์ทำให้ต้นไม้หักโค่นขวางถนน และนำกัดเซาะถนนได้รับความเสียหายหลายจุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้เข้าตรวจสอบจุดแรกบริเวณทางหลวงชนบทสาย 3272 กม.40+800(บ้านไร่เชิงเขา) พบถนนถูกน้ำกัดเซาะเสียหายครึ่งช่องทางจราจร จุดที่ 2 ตรวจสอบเส้นทางหลวงชนบท สาย กจ. 4088 (บ้านไร่-อีต่อง) มีต้นไม้ล้ม ดินสไลด์บริเวณ กม.1+800 (จุดสกัดบ้านไร่เชิงเขา)ยาวประมาณ 15 เมตร และจุดที่ 3 กม.2+100 ยาวประมาณ 30 เมตร

เจ้าหน้าที่หน่วยฯ. ทภ.5 (บ้านไร่) ไม่สามารถดำเนินการได้จึงประสานกรมทางหลวงชนบท 4088 นำเครื่องจักรกลหนักเข้ามาดำเนินการเปิดเส้นทาง และประสานงานกับ สำนักงาน ปภ.จังหวัดกาญจนบุรี สาขาทองผาภูมิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตัดต้นไม้ที่ล้มขวางถนนเพื่อเคลียร์เส้นทางการจราจร เพื่อให้รถนักท่องเที่ยวและประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติให้เร็วที่สุด

 

 

 

 



 


 






Recommend News






MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.