เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



รัฐบาล เปิดตัวตราสัญลักษณ์การเป็นเจ้าภาพของไทยในการประชุมเอเปค ปี 2565


19 พ.ย. 2564, 15:47



รัฐบาล เปิดตัวตราสัญลักษณ์การเป็นเจ้าภาพของไทยในการประชุมเอเปค ปี 2565




วันนี้ (18 พ.ย. 2564) เวลา 13.00 น. ณ Thara Hall ชั้น M ศูนย์การค้า Icon Siam นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์เพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค ปี พ.ศ. 2565 เข้าร่วมการจัดกิจกรรมเปิดตัวตราสัญลักษณ์การเป็นเจ้าภาพของไทยสำหรับการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและการประชุมที่เกี่ยวข้อง ปี 2565 (APEC2022 Thailand)
 
ในโอกาสที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศการเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและการประชุมที่เกี่ยวข้อง ปี 2565 ต่อจากนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 โดยมีหัวข้อหลักของการประชุมเอเปคปี 2565 คือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” หรือ “Open. Connect. Balance.” รัฐบาลนำโดยกระทรวงการต่างประเทศได้จัดกิจกรรมเปิดตัวตราสัญลักษณ์การเป็นเจ้าภาพของไทยสำหรับการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและการประชุมที่เกี่ยวข้อง ปี 2565 (APEC2022 Thailand) ซึ่งภายในงาน นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและประธานคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์เพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค ปี พ.ศ. 2565 ได้ประกาศความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพของไทย ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งที่ไทยจะได้ใช้เวทีดังกล่าวแสดงบทบาทนำในการร่วมขับเคลื่อน กำหนดนโยบาย และทิศทางของภูมิภาคให้เป็นที่ประจักษ์ต่อประชาคมโลก รวมทั้งเป็นการขับเคลื่อนการฟื้นฟูประเทศจากวิกฤตโรคโควิด-19 ไปสู่อนาคต โดยร่วมมือกับเขตเศรษฐกิจเอเปค ทั้งหมด  21 เขต ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งนับเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของโลก มี GDP รวมกันกว่า 53 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,700 ล้านล้านบาท และมีมูลค่าการค้ารวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของการค้าโลก นอกจากนี้ ยังได้กล่าวเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพ และยืนยันว่ารัฐบาลจะผลักดันความร่วมมือที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของคนไทยและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอย่างเป็นรูปธรรม



โอกาสนี้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกันทำพิธีเปิดตัวตราสัญลักษณ์ APEC2022 Thailand และมอบรางวัลให้แก่นายชวนนท์ วงศ์ตระกูลจง นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ชนะการประกวดตราสัญลักษณ์ เอเปค ปี 2565 โดยกระทรวงการต่างประเทศร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากรจัดการประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์เอเปคภายใต้โครงการประกวดออกแบบระดับเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 5 (5th National Youth Design Awards) ซึ่งได้มีเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม - 30 มิถุนายน 2564 มีการส่งผลงานเข้าร่วมประกวด 598 ผลงาน ทั้งนี้ ตราสัญลักษณ์ APEC2022 Thailand ออกแบบภายใต้แนวคิดเส้นตอกไม้ไผ่ที่สอดประสานกันขึ้นมาเป็นภาชนะคล้ายชะลอม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการค้าขายที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยมาจากรุ่นสู่รุ่น รวมทั้งการสานที่มีความแข็งแรงและคงทน เปรียบเสมือนความร่วมมือของสมาชิกเอเปค


ทั้งนี้ ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากการเป็นเจ้าภาพ APEC ได้แก่ 1) เพิ่มบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยในการร่วมกำหนดนโยบายและทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและระดับระหว่างประเทศ 2) สร้างช่องทางในการผลักดันท่าที ส่งเสริม และป้องกันผลประโยชน์ของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ตลอดจนร่วมกำหนดมาตรฐานและนโยบายในประเด็นใหม่ๆ ของบริบทโลก 3) การลดอุปสสรคและส่งเสริมโอกาสทางการค้า การลงทุนของไทยกับเศรษฐกิจเอเปคและประเทศที่เป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย 4) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ อาทิ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การศึกษา วิทยาศาสตร์ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ 5) ใช้ประโยชน์จากเอเปคในฐานะแหล่งบ่มเพาะแนวคิด เพื่อก้าวไปข้างหน้าร่วมกันโดยมีเป้าหมายหลักของเอเปคคือ วิสัยทัศน์ปุตราจายา ค.ศ. 2040 รวมทั้งการจัดทำเขตการค้าเสรีในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ( Free Trade Area of the Asia-Pacific หรือ FTAAP) 6) แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ผ่านคณะทำงานต่างๆ รวมถึงเข้าถึงแหล่งข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยในการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและภูมิเศรษฐศาสตร์รวมถึงเครือข่าย think tank ที่สำคัญ และ 7) ใช้ประโยชน์จากเอเปค ในฐานะผู้นำความเปลี่ยนแปลงในการปฏิรูปและยกระดับมาตรฐานทางเศรษฐกิจของไทยให้ทันสมัย เป็นสากล รวมถึงเสริมสร้างศักยภาพในมิติต่างๆให้แก่ภาครัฐและเอกชน






Recommend News





MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.