เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



เตือนเป็นอุทาหรณ์ ! "หนุ่มไร้สัญชาติ" ขับกระบะไปเยี่ยมญาติ ก้มเก็บโทรศัพท์ เกิดพุ่งชนเสาไฟฟ้าหักโค่น รถพังยับ


12 ก.ย. 2565, 15:59



เตือนเป็นอุทาหรณ์ ! "หนุ่มไร้สัญชาติ" ขับกระบะไปเยี่ยมญาติ ก้มเก็บโทรศัพท์ เกิดพุ่งชนเสาไฟฟ้าหักโค่น รถพังยับ




วันนี้ 12 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าว ONB news รายงานว่า นายประเทศ บุญยงค์ นายกเทศมนตรีตำบลทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 18.30 น.ของวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชนเสาไฟฟ้าที่บริเวณชุมชนวังท่าขนุน เขตเทศบาลตำบลทองผาภูมิ หักไป 1 ต้น เป็นเหตุทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องกระแสไฟฟ้าดับไปเกือบทั้งชุมชนหลังเกิดเหตุตนและ ร.ต.อ.(หญิง)สถิตภรณ์ เสือสด รอง สว.(สอบสวน) ทองผาภูมิ พร้อมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอทองผาภูมิ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ สีดำ หมายเลขทะเบียน บฉ 8942  จ.พังงา จอดอยู่ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ส่วนเสาไฟฟ้าหักโค่นขวางถนนอยู่

ส่วนคนขับทราบชื่อคือนายอานนท์ (ไม่มีนามสกุล)พกบัตรประจำตัวของบุคคลที่ไม่มีฐานะทางทะเบียน (บัตรสีชมพู)คนไร้สัญชาติ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/ซ หมู่ 3 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งนายอานนท์ ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนขับรถยนต์คันดังกล่าวมาจากอำเภอสังขละบุรี เพื่อมาเยี่ยมญาติที่อยู่ฝั่งวัดท่าขนุน ระหว่างขับรถกลับโทรศัพท์มือถือเกิดหล่นตกไปอยู่ที่วางเท้า ดังนั้นตนจึงก้มลงไปเก็บ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมา รถของตนเกิดเสียหลักและพุ่งชนกับเสาไฟฟ้าอย่างแรงจนหักโค่นขวางถนนดังกล่าว หลังจากที่นายอานนท์ ให้การยอมรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวพร้อมเคลื่อนย้ายรถยนต์ไปที่ สภ.ทองผาภูมิ และจะได้ดำเนินคดีต่อนายอานนท์ ที่ทำให้ทรัพย์สินทางราชการเสียหาย

นายประเทศ บุญยงค์ นายกเทศมนตรีตำบลทองผาภูมิ กล่าวว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากกระแสไฟฟ้าดับไปหลายชั่วโมง แต่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าก็เร่งดำเนินการเปลี่ยนไฟฟ้าใหม่ กว่าจะสำเร็จและจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ชาวบ้านได้ใช้ตามปกติได้ก็ปาเข้าไปถึง 4 ทุ่มอยากฝากเตือนไปยังผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ขอให้นำเอาเหตุนี้ไปเป็นอุทธาหรณ์ หากโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อะไรก็ตามที่หล่นไปอยู่กับพื้นรถ ขอให้หาที่ที่มีความปลอดภัยแล้วนำรถไปจอดให้สนิท จากนั้นจึงค่อยเก็บเอาสิ่งของ ซึ่งจะทำให้มีความปลอดปลอดภัยที่สุด

 



 


 






Recommend News






MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.